อาหารเสริม "คอลลาเจน" vs "โปรตีนพืช": เลือกผลิตตัวไหนดีในปี 2026? (เปรียบเทียบกำไรและคู่แข่ง)

Last updated: 29 ม.ค. 2569  |  333 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อาหารเสริม "คอลลาเจน" vs "โปรตีนพืช": เลือกผลิตตัวไหนดีในปี 2026? (เปรียบเทียบกำไรและคู่แข่ง)

ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ตลาดอาหารเสริมในปี 2026 จึงเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย สำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่หรือผู้ที่ต้องการขยายไลน์สินค้า คำถามยอดฮิตคือการเลือกระหว่างการมองหาโรงงานผลิตคอลลาเจน เพื่อเจาะกลุ่มความงาม หรือการหันไปทำโปรตีนแพลนต์เบส เพื่อรับเทรนด์สุขภาพยั่งยืน บทความนี้จะเปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้านการเติบโต ผลกำไร และคู่แข่ง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างแม่นยำที่สุด

ตลาดคอลลาเจน 2026: ความงามที่ยังคงทรงพลัง

คอลลาเจนยังคงเป็น "ราชินี" ในกลุ่มอาหารเสริมเพื่อความงาม โดยมีแนวโน้มการเติบโตที่ระดับ 11.42% ต่อปีในประเทศไทยจนถึงปี 2030

1. โอกาสและกลุ่มเป้าหมาย

  • Beauty from Within: ผู้บริโภคกลุ่มผู้หญิงอายุ 25-50 ปี ยังคงให้ความสำคัญกับการชะลอวัย (Anti-aging) และการดูแลผิวพรรณจากภายใน
  • นวัตกรรมใหม่: เทรนด์ปี 2026 มุ่งเน้นไปที่คอลลาเจนโมเลกุลเล็กอย่าง Collagen Di-peptide ที่ดูดซึมได้เร็วกว่าเดิมถึง 55 เท่า และการผสมสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นอย่าง Astaxanthin

2. วิเคราะห์คู่แข่งและกำไร

  • คู่แข่ง: สูงมาก (High Competition) เนื่องจากมีแบรนด์ในตลาดจำนวนมาก กลยุทธ์ที่สำคัญคือการสร้างเอกลักษณ์ด้วยนวัตกรรมหรือรสชาติที่แตกต่าง
  • กำไร: อยู่ในระดับปานกลางถึงสูง ขึ้นอยู่กับเกรดของวัตถุดิบ (เช่น Marine Collagen จากปลาทะเลน้ำลึกจะมีมูลค่าสูงกว่า)

ตลาดโปรตีนพืช 2026: คลื่นลูกใหม่ที่มาแรง

โปรตีนแพลนต์เบส หรือเวย์โปรตีนจากพืช ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มนักกีฬาอีกต่อไป แต่ขยายตัวเข้าสู่กลุ่มคนทำงานและผู้สูงอายุที่มองหาทางเลือกทดแทนมื้ออาหาร

 1. โอกาสและกลุ่มเป้าหมาย

  • Vegan & Flexitarian: กลุ่มคนไม่ทานเนื้อสัตว์และผู้ที่ต้องการลดการบริโภคนมวัว (Lactose Intolerance) เติบโตอย่างรวดเร็ว
  • Sustainable Health: ความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมทำให้โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วลันเตา (Pea) หรือข้าวกล้อง เป็นที่นิยมมากขึ้น โดยคาดการณ์การเติบโตในไทยสูงถึง 18.9% ต่อปี

2. วิเคราะห์คู่แข่งและกำไร

  • คู่แข่ง: ปานกลาง (Moderate) ตลาดยังมีพื้นที่ว่างสำหรับแบรนด์ที่เน้น "รสชาติ" และ "ความละเอียดของเนื้อสัมผัส" ซึ่งยังเป็นจุดที่ผู้บริโภคมองหาการปรับปรุง
  • กำไร: ค่อนข้างดี เนื่องจากเทคโนโลยีการสกัดโปรตีนมีประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี

ตารางสรุปเปรียบเทียบ "คอลลาเจน" vs "โปรตีนพืช" สำหรับเจ้าของแบรนด์

หัวข้อเปรียบเทียบอาหารเสริมคอลลาเจน


โปรตีนแพลนต์เบส / โปรตีนพืช

เน้นตามความต้องการ

เน้นผิวสวย, ลดริ้วรอย,
ความอ่อนเยาว์
เน้นสุขภาพ, ควบคุมน้ำหนัก,
สร้างกล้ามเนื้อ

อัตราการเติบโต

ประมาณ 11.4% (CAGR)


ประมาณ 18.9% (CAGR ในไทย)

จุดเด่นสินค้า

ดูดซึมเร็ว, เห็นผลชัดเรื่องผิว


ปราศจากแลคโตส, ย่อยง่าย, รักษ์โลก

ความท้าทายการแข่งขันด้านราคาและแบรนด์


รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ทานยาก


สรุป: เลือก"คอลลาเจน" vs "โปรตีนพืช" ผลิตตัวไหนดี?

หากคุณเน้นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่พร้อมจ่ายเพื่อความงาม การมองหาโรงงานผลิตคอลลาเจนที่มีสูตรนวัตกรรมระดับพรีเมียมยังคงเป็นทางเลือกที่มั่นคง แต่หากคุณต้องการเจาะตลาดใหม่ที่เน้นไลฟ์สไตล์สุขภาพยั่งยืนและมีการเติบโตที่รวดเร็ว โปรตีนแพลนต์เบสคือโอกาสทองที่คู่แข่งยังไม่หนาแน่นเท่าคอลลาเจน


AK Healthy Pro พาร์ทเนอร์ที่พร้อมผลักดันแบรนด์ของคุณสู่ความสำเร็จ

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเริ่มต้นกับคอลลาเจนหรือโปรตีนพืช โรงงานอาหารเสริม AK Healthy Pro พร้อมเป็นที่ปรึกษาและพันธมิตรในการผลิตอย่างมืออาชีพ เราคือผู้เชี่ยวชาญที่รับผลิตเครื่องสำอาง และรับผลิต OEM อาหารเสริมครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีการผลิตมาตรฐานสากลและทีมนักวิจัยที่ช่วยคิดค้นสูตรให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง เราดูแลตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การจดทะเบียน อย. ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้คุณเริ่มต้นเป็นเจ้าของแบรนด์ได้อย่างมั่นใจในงบประมาณที่ควบคุมได้

บริษัท เอเค เฮลท์ตี้ โปร จำกัด
โรงงานผลิตอาหารเสริม โรงงานผลิตเครื่องสำอาง โรงงานผลิตครีมที่ดีที่สุด
รับผลิต OEM อาหารเสริม และเครื่องสำอาง บริการวิจัย-พัฒนา-วิเคราะห์สูตรอาหารเสริมครบวงจร
โทร. 02-101-4561,091-792-1114, 083-412-1115

อีเมล: akhealthypro99@gmail.com

  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้